การประชุม Norway Day

สำนัก งานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีโอกาสร่วมการประชุม Norway Day ณ สถานทูตนอร์เวย์เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 เพื่อติดตามนโยบายและสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศนอรเวย์ 

นอร์เวย์ มีความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ด้านทะแลและการเดินเรือ ธรณีวิทยา เทคโนโลยีปิโตรเลียม และความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งมีภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและให้ความสำคัญต่อภาคธุรกิจขนาดย่อมและขนาด กลาง ทั้งนี้ รัฐบาลนอร์เวย์มีเป้าหมายใช้งบประมาณร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในการวิจัยและนวัตกรรมภายในปี ค.ศ. 2030 

 

นาย Arvid Hallén ผู้อำนวยการสภาวิจัยแห่งนอร์เวย์ (Research Council of Norway) กล่าวว่าสภาดังกล่าวให้ทุนแก่การวิจัยและพัฒนาคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของงบประมาณวิจัยและพัฒนาทั้งหมดของประเทศ สภาวิจัยแห่งนอร์เวย์ได้ก่อตั้งศูนย์วิจัยพลังงานซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อม (Centres for Environment-friendly Energy Research: FME) 11 แห่งในนอร์เวย์ ซึ่งมีนักศึกษาระดับปริญญาเอกทำการวิจัยกว่า 200 คน ด้วยทุน 2.5 ล้านยูโรต่อปี เป็นระยะเวลา 8 ปี และมีแผนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคอื่นในอนาคต 

พลังงานในนอร์เวย์

นอร์เวย์ เป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติสู่สหภาพยุโรปอันดับ 2 รองจากรัสเซีย แต่นอร์เวย์ก็มีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 65 ของพลังงานผสมภายในประเทศ และมีเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 40 เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ไฟฟ้าพลังน้ำ (hydropower)

นาย Atle Harby ผู้อำนวยการสถาบัน CEDREN เพื่อการออกแบบพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ไฟฟ้าพลังน้ำมีราคาต่ำกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 100,000 เท่า ซึ่งร้อยละ 98 ของไฟฟ้าในนอร์เวย์มาจากพลังน้ำ เนื่องจากนอร์เวย์มีแหล่งน้ำธรรมชาติมากมาย อย่างไรก็ตามการสร้างเขื่อนส่งผลทำลายการอพยพย้ายถิ่นของปลาตามธรรมชาติ และส่งผลกระทบในเชิงลบต่อระบบนิเวศ จึงจำเป็นต้องมีความสมดุลระหว่างการผลิตไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อม

สถาบัน SINTEF กับการกักเก็บคาร์บอน

เมื่อ ปี ค.ศ. 1996 นอร์เวย์ริเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาการกักเก็บกาคร์บอน (Carbon Capture Storage) เนื่องจากการกักเก็บคาร์บอนสามารถลดผลกระทบของความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้ และนอร์เวย์มีวัตถุประสงค์เป็นผู้นำด้านดังกล่าว

สถาบัน SINTEF สถาบันวิจัยอิสระที่ใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย มีส่วนร่วมโครงการ Horizon 2020 ด้านการกักเก็บคาร์บอน 2 โครงการในปี ค.ศ. 2015 เช่น โครงการ GATEWAY ซึ่งให้การสนับสนุนการประสานกิจกรรมวิจัยและพัฒนาในด้านการกักเก็บคาร์บอน ระหว่างประเทศนอร์เวย์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ 

นอร์เวย์กับโครงการ FP7 และ Horizon 2020

ภาย ใต้กรอบโครงการวิจัย FP7 นักวิจัยชาวนอร์เวย์ประมาณ 2,200 ราย ได้รับทุนจากโครงการดังกล่าว ในสาขาพลังงาน การคมนาคมขนส่ง อาหาร และการประมง มีจำนวนผู้ร่วมโครงการดังกล่าวสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 และได้รับทุนจำนวนสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศ associated country

ใน ขณะที่ภายใต้โครงการ Horizon 2020 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 ถึงปัจจุบัน มีผู้ร่วมโครงการจากประเทศนอร์เวย์แล้วประมาณ 1,400 ราย และได้รับทุนแล้วรวม 350 ล้านยูโร โดย โครงการ Horizon 2020 ได้ตั้งงบประมาณ 5,900 ล้านยูโรเพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน ผ่านการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการวางตลาดนวัตกรรมดังกล่าว

นอร์เวย์ มีเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้มีส่วนร่วมในโครงการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน ภายใต้โครงการ Horizon 2020 เพิ่มจากเมื่อร่วมโครงการ FP7 ร้อยละ 60 นอกจากนี้นอร์เวย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตั้งกรอบโครงการวิจัยฉบับหลังจาก โครงการ Horizon 2020 เสร็จสิ้นลง 


กลับไปหน้าบทความ