European Researchers’ Night 2016: ผลดีและผลเสียของอาหารต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์

30/09/16

ชื่อนักวิจัย: Lorena Perrone

รายละเอียด: นาง Lorena Perrone ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยแวดล้อม เช่น อาหาร และ โภชนาการต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยโรคนี้ถือเป็นสาเหตุหลักของอาการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลกระทบมากกว่า 25 ล้านคนไปแล้วทั่วโลก โดยภาวะเซลล์สมองเสื่อมถือเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญ และก่อให้เกิดภาระมหาศาลแก่ประเทศในด้านค่าใช้จ่ายในการรักษา

นาง Lorena Perrone ได้เล่าว่าปัจจุบันนี้การตรวจพบโรคอัลไซเมอร์ในระยะแรกเริ่มนั้นยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากผู้ป่วยยังไม่มีการแสดงอาการ แต่เมื่อเราตรวจพบอาการของโรคอัลไซเมอร์ ก็กลับกลายเป็นว่าเซลล์สมองนั้นเสื่อมเกินไปที่จะรักษาเสียแล้ว นาง Lorena Perrone ได้ให้คำแนะนำว่าปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นต้นตอของโรคอัลไซเมอร์นั่นก็คือ อาหาร โดยเฉพาะอาหารจานด่วนและอาหารขยะ  (Fast Food) เพราะในกระบวนการผลิตอาหารเหล่านี้จะมีการใช้เนื้อผสมกับน้ำตาล เช่น กลูโคส ก่อนไปทำให้สุกโดยใช้ความร้อนสูง (มากกว่า 150 องศาเซลเซียส) ซึ่งกรดอะมิโนในโปรตีนในเนื้อสัตว์ จะทำปฏิกิริยากับน้ำตาล โดยมีความร้อนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า “Advanced Glycation End Products (AGEs)” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกี่ยวกับการชราภาพของมนุษย์ โดยจะทำให้ผิวพรรณของเราเหี่ยวย่น นอกจากนี้เมื่อเกิดการสะสมของสาร AGEs ระหว่างเซลล์ประสาท ก็จะทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทมีปัญหาและนั่นเองก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเป็นโรคอัลไซเมอร์

นาง Lorena Perrone กล่าวว่าผู้บริโภคควรหลีกเหลี่ยงอาหารประเภทปิ้งย่างเพราะมีส่วนประกอบทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์และน้ำตาลทีใช้ในการหมักเนื้อเหล่านั้น อีกทั้งการปิ้งยังมีความร้อนสูงซึ่งจะทำให้เกิดการสร้างสาร AGEs ในทางกลับกันผู้บริโภคควรเลือกอาหารที่มีส่วนประกอบของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ ผักและผลไม้ ขนมปัง ข้าวสาลีและธัญพืชต่าง ๆ น้ำมันมะกอก ปลา และไวน์แดง ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดสาร AGEs ได้


กลับไปหน้าบทความ