รางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ประจำปี ค.ศ. 2018

09/10/18

สองนักวิจัยของสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ค้นพบวิธีการรักษาโรคมะเร็งโดยการปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้สามารถกลับมาต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ประจำปี ค.ศ. 2018

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมาได้มีข่าวดีในวงการวิทยาศาสตร์ของโลก ตลอดจนในวงการแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งได้มีการประกาศถึง 2 นักวิจัยของโลกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ เนื่องจากการค้นพบวิธีการบำบัดรักษาโรคมะเร็งที่ถือเป็นผลงานการค้นคว้าวิจัยที่มีความก้าวหน้าในในวงการแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็งครั้งสำคัญ ดังนี้

Professor James P. Allison จาก The University of Texas M.D. Anderson Cancer Center ของสหรัฐอเมริกา และ Professor Tasuku Honjo จาก Kyoto University ของญี่ปุ่น เป็นสองนักวิจัยในสาขาวิชาภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง (cancer immunotherapy) ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ประจำปี ค.ศ. 2018 จากผลงานการค้นพบวิธีการปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้สามารถกลับมาต่อสู้กับมะเร็งได้

ก่อนที่จะมีการค้นพบโดย Professor James P. Allison และ Professor Tasuku Honjo ได้มีวิธีการรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีต่างๆ ได้แก่ การผ่าตัด การฉายรังสี เคมีบำบัด (chemotherapy) และการใช้ฮอร์โมน ซึ่งพบว่าวิธีการดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถใช้ในการบำบัดรักษามะเร็งบางชนิดอย่างได้ผล

โรคมะเร็ง คือ โรคของเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ ที่สามารถบุกรุก ทำลายอวัยวะและเนื้อเยื่อที่ดีซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงได้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์นอกจากมีหน้าที่กำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย โดยปกติ เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันจะไม่ทำลายเซลล์ของร่างกายเนื่องจากมีความสามารถในการจดจำเซลล์ของร่างกายได้ จึงสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ โดยมีทีเซลล์( T-cell) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีบทบาทสำคัญในระบบป้องกันของร่างกาย โดยทีเซลล์มีตัวรับ (receptor) ในการจับกับโครงสร้างของสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย และการจับดังกล่าวนี้จะเป็นการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในภาวะของป้องกันตัว (defence) ทั้งนี้โปรตีนที่อยู่บนผิวของทีเซลล์จะเป็นตัวบอกหรือกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันในการจับหรือต่อสู้กับโครงสร้างของสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่มีโปรตีนบางชนิดที่ยับยั้งระบบภูมิคุ้มกัน เปรียบเสมือนทำหน้าที่เป็นเบรกต่อระบบภูมิคุ้มกัน ส่งสัญญาณให้ทีเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันหยุดการโจมตี โดยทำหน้าที่เป็นจุดตรวจ(checkpoint)ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์เม็ดเลือดขาวดังกล่าวไปโจมตีเซลล์ปกติของร่างกาย มะเร็งเป็นการรวมกันอย่างกลมกลืนของส่วนที่มาจากร่างกายและส่วนที่ไม่ใช่ของร่างกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้ใช้ประโยชน์จากจุดตรวจดังกล่าวของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำตัวเสมือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายสามารถหลบหลีกจากการตรวจสอบของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายไปได้ ทั้ง Professor James P. Allison และ Professor Tasuku Honjo ได้ค้นพบโปรตีน CTLA-4 และ โปรตีน PD-1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นโปรตีนที่อยู่บนผิวของทีเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือน “เบรก” ของระบบการทำงานภูมิคุ้มกันร่างกายหรือของทีเซลล์

โดยในช่วงทศวรรษที่ 1990 Professor James P. Allison ในขณะที่ได้ทำวิจัยอยู่ที่ The University of California, Berkeley ได้ค้นพบโปรตีน CTLA-4 ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรับบนเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ ซึ่งโมเลกุลของโปรตีนที่เป็นตัวรับชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือน “เบรก” ของระบบการทำงานภูมิคุ้มกันร่างกายหรือของทีเซลล์ และต่อมา Professor James P. Allison ได้พัฒนาแอนติบอดี (antibody) ที่สามารถจับกับโปรตีน CTLA-4 ทำให้สามารถปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้สามารถกลับมาต่อสู้กับมะเร็งได้ โดยแอนติบอดีดังกล่าวทำหน้าที่ซึ่งเป็นรู้จักกันในชื่อของ”ตัวยับยั้งจุดตรวจ(checkpoint inhibitor)”

และในปี ค.ศ. 1992 ก่อนการค้นพบของ Professor James P. Allison เล็กน้อย ได้มีการค้นพบโปรตีน PD-1 ซึ่งเป็นโปรตีนอีกชนิดหนึ่งที่อยู่บนผิวของทีเซลล์ โดยจากการทุ่มเทการวิจัยในห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ทำให้ Professor Tasuku Honjo ค้นพบว่าโปรตีน PD-1 ทำหน้าที่ยับยั้งระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่นเดียวกันกับโปรตีน CTLA-4 แต่โปรตีนทั้งสองนี้ มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน จากการค้นพบกลไกการทำงานของโปรตีน PD-1 ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ PD-1 เป็นตำแหน่งเป้าหมายในการบำบัด ซึ่งนำไปสู่การรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะที่ก่อนหน้านี้พิจารณาว่าไม่สามารถบำบัดรักษาได้ จนสามารถหายได้เป็นจำนวนหลายราย

วิธีการบำบัดรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีการปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้กลับมาสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้จากผลงานค้นคว้าของทั้งสองนักวิจัย Professor James P. Allison และ Professor Tasuku Honjo ที่ได้รับโนเบลนี้เป็นที่รู้จักในชื่อวิธี “การบำบัดรักษาจุดตรวจภูมิคุ้มกัน(immune checkpoint therapy)” ซึ่งวิธีการยับยั้งเบรกหรือความล้มเหลวในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ตำแหน่งเป้าหมายของโปรตีน PD-1 ได้รับการพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดผลดีต่อการบำบัดมะเร็งหลากหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง และจากการศึกษาทางคลินิกใหม่ๆได้บ่งชี้ว่าการบำบัดรักษาโดยวิธีร่วมกันทั้งที่เป้าหมายของโปรตีน CTLA-4 และ โปรตีน PD-1 ยิ่งทำให้มีประสิทธิภาพการบำบัดรักษาโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ดังในกรณีของมะเร็งผิวหนัง ในปัจจุบัน กำลังมีการวิจัยเชิงคลินิกในการใช้วิธีการ “immune checkpoint therapy” สำหรับการบำบัดรักษามะเร็งชนิดต่างๆและมีการวิจัยศึกษาค้นคว้าโปรตีน “checkpoint” ใหม่ๆสำหรับเป็นเป้าหมายในการบำบัดรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ท้าทายมากที่สุดของมนุษยชาติ เป็นเวลามากกว่า 100 ปีที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีความพยายามที่จะใช้ประโยชน์จากระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับมะเร็ง การค้นพบกลไกในการบำบัดรักษามะเร็งโดยวิธีการปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้กลับมาสามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “immune checkpoint therapy” โดย Professor James P. Allison และ Professor Tasuku Honjo ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่แตกต่างกันในการปลดปล่อยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกยับยั้งไว้ให้สามารถกลับมาต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ ที่สามารถจะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งได้ ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติในวิธีการบำบัดรักษามะเร็งและเป็นการพลิกมุมมองใหม่สำหรับวิธีการจัดการกับมะเร็งเลยทีเดียว


กลับไปหน้าบทความ